วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

WTO

WTO
องค์การการค้าโลก : World Trade Organization  

เป็นองค์การนานาชาติสังกัดองค์การสหประชาชาติ (UN) ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงทางด้านการค้าระหว่างชาติ เป็นเวทีสำหรับการเจรจาต่อรอง ตกลงและขจัดข้อขัดแย้งในเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ทางการค้าและการบริการระหว่างประเทศสมาชิก
องค์การการค้าโลกจัดตั้งขึ้นแทนความตกลงทั่วไปว่าด้วยการค้าและภาษีศุลกากร เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2538 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันมีสมาชิก 161 ประเทศ ไทยเข้าเป็นสมาชิก WTO เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2538 เป็นสมาชิกลำดับที่ 59 มีสถานะเป็นสมาชิกก่อตั้ง 
วัตถุประสงค์ WTO
 WTO มีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป  ตามความพร้อมของประเทศสมาชิก และระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิก กฎกติกาต่างๆ ของ WTO ได้กำหนดให้มีการปฏิบัติอย่างเป็นพิเศษแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้สามารถเข้าร่วมในระบบการค้าพหุภาคีได้ WTO จึงเป็นองค์กรที่ไม่หยุดนิ่ง จะมีการเจรจาเพื่อพัฒนาและสร้างกฎกติกาใหม่ๆ เพื่อให้สามารถรองรับกับวิวัฒนาการของการค้าระหว่างประเทศและรูปแบบการค้าโลกที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
          การเป็นสมาชิกของ WTO ทำให้ประเทศสมาชิกมีสิทธิและพันธกรณี ที่จะต้องปฏิบัติตามภายใต้ความตกลงต่างๆ ของ WTO กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศของ WTO นอกจากช่วยส่งเสริมให้การแข่งขันทางการค้าเป็นธรรมแล้ว ยังสร้างความมั่นใจให้แก่ทั้ง ผู้ค้าและผู้ลงทุน ผู้ผลิตและส่งออกสามารถคาดการณ์และวางแผนการค้าระหว่างประเทศล่วงหน้าได้
หน้าที่ของ WTO
          1. บริหารความตกลงและบันทึกความเข้าใจที่เป็นผลจากการเจรจาในกรอบของ GATT/WTO รวม 28 ฉบับ โดยผ่านคณะมนตรี (Council) และคณะกรรมการ (Committee) ต่างๆ ตลอดจนดูแลให้มีการปฏิบัติตามพันธกรณี
          2. เป็นเวทีเพื่อเจรจาลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างสมาชิกทั้งในรูปของมาตรการภาษีศุลกากรและมาตรการที่มิใช่ภาษีศุลกากร
          3. เป็นเวทีสำหรับแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าระหว่างสมาชิก และหากไม่สามารถตกลงกันได้ก็จะมีการจัดตั้งคณะผู้พิจารณา (Panel) ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะ รวมทั้งมีกลไกยุติข้อพิพาทด้วย
          4. ติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศและจัดให้มีการทบทวนนโยบาย การค้าของสมาชิกอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการตรวจสอบให้เป็นไปในแนวทางการค้าเสรี
          5. ให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาในด้านข้อมูล ข้อแนะนำเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีได้อย่างเพียงพอตลอดจนทำการศึกษาประเด็นการค้าที่สำคัญๆ
          6. ประสานงานกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกเพื่อให้นโยบายเศรษฐกิจโลกสอดคล้องกันยิ่งขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://guru.sanook.com/4056/
https://th.wikipedia.org/wiki/

OPEC

กลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก

OPEC  : Organization of Petroleum Exporting Countries

มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ อิรัก อิหร่าน คูเวต ซาอุดิอาระเบีย เวเนซูเอลา กาตาร์ อินโดนีเซีย ลิเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตซ์ แอลจีเรีย ไนจีเรีย

ประวัติการก่อตั้ง ::: โอเปค จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือน มกราคม พ.ศ.2503 โดยประเทศอิหร่าน อิรัก คูเวต ซาอุดิอาระเบีย และเวเนซุเอลา ต่อมามีสมาชิกเพิ่มอีก 8 ประเทศ ได้แก่  กาตาร์  อินโดนีเซีย ลิเบีย  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  แอลจีเรีย  ไนจีเรีย  เอกวาดอร์  และกาบอง รวมมีสมาชิก 13 ประเทศ ต่อมาเอกวาดอร์ลาออก เมื่อ พ.ศ.2535 และกาบองลาออก  เมื่อ พ.ศ.2538 ปัจจุบัน  จึงเหลือสมาชิกเพียง 11 ประเทศ  โอเปคเดิมมีสำนักงานใหญ่ อยู่มีนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์  ต่อมา พ.ศ.2508 ได้ย้ายไปอยู่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

วัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง ::::  ในระยะเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มโอเปค  การขุดเจาะน้ำมันในประเทศสมาชิกต่างเป็นการลงทุนและดำเนินการโดยบริษัทน้ำมันต่างชาติ ประเทศเจ้าของบ่อน้ำมันได้รับค่าภาคหลวงตอบแทน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ส่วนน้อย การร่วมมือของกลุ่มโอเปคในช่วงนี้ จึงมีจุดมุ่งหมายสำคัญ 3 ประการ คือ

1. เพื่อเจรจากับบริษัทน้ำมันผู้ได้รับสัมปทานในการตั้งกองทุนน้ำมันดับให้เท่ากันทุกประเทศ

2. เพื่อนำราคาน้ำมันดิบที่เป็นผลมาจากการเจรจาใช้เป็นฐานในการคำนวณเป็นรายได้ของรประเทศ

3. เพื่อเป็นอำนาจต่อรองในการยึดครองหรือโอนกิจการน้ำมันเป็นของรัฐต่อไป

                   กลุ่มโอเปคได้ดำเนินงานไปตามวัตถุประสงค์จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจและต่อมาเมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 8 ประเทศ ทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้นและขยายวัตถุประสงค์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศสมาชิกมากขึ้นคือ

1. เพื่อปกป้องราคาน้ำมันตกต่ำและเจรจาขายน้ำมันดับในเงือนไขที่ดี

2. เพื่อเก็บภาษีเงินได้จากบริษัทน้ำมันผู้ผลิตน้ำมันในอัตราที่สูงขึ้น

3. เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการประกาศเพิ่มราคาน้ำมัน

ผลการปฏิบัติงาน :::: ในปัจจุบันโอเปคเป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีอิทธิพลสูงมากทั้งต่อระบบเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ เพราะมนุษย์จำเป็นต้องใช้พลังงานที่มาจากน้ำมัน แต่ด้วยเหตุที่ประเทศสมาชิกของกลุ่มโอเปคมีสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมวัฒนธรรมแตกต่างกัน ทั้งยังมีปริมาณน้ำมันสำรองไม่เท่ากันด้วย การกำหนดราคาและโควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปคในระยะหลังมานี้ มักไม่มีเอกภาพ กล่าวคือประเทศคูเวค กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่างเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่มาก และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สามารถปฏิบัติตามมติของโอเปคได้ แต่ประเทศอิหร่านแม้มีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่มาก แต่หลังสงครามกับอิรักแล้วต้องลอบผลิตน้ำมันออกจำหน่ายเกินโควตาที่โอเปคให้ไว้ เพื่อนำเงินมาฟื้นฟูบูรณะประทศ

                   ประเทศอิรัก มีแหล่งน้ำมันสำรองมากประเทศหนึ่ง แต่ได้รับความเสียหายจากสงครามกับอิหร่านและพ่ายแพ้สงครามในการปิดล้อมคูเวต ซึ่งสหประชาชาติได้ออกมาตรการต่างๆ มากำหนด ทำให้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันได้อย่างจำกัด ส่วนประเทศไนจีเรียมีปริมาณน้ำมันสำรองน้อย เป็นประเทศยากจน และมีจำนวนประชากรมาก จึงต้องผลิตน้ำมันเกิดโควตาและจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่าที่โอเปคกำหนด

                   นอกจากนี้ สมาชิกของกลุ่มโอเปคยังได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศอาหรับที่มิได้เป็นสมาชิกของโอเปค และประเทศอื่นที่ประชากรบางส่วนนับถือศาสนาอิสลาม

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก

             ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศโอเปค ส่วนใหญ่เป็นการติดต่อค้าขายน้ำมันและด้านแรงงานที่ไทยส่งไปยังประเทศเหล่านี้ ส่วนการติดต่อกันในด้านอื่นๆ นับว่ามีน้อยมาก พอสรุปได้ดังนี้

             1. ทางด้านการค้า ไทยยังมีการค้าขายกับกลุ่มโอเปค โดยการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะประเทศโอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย และสินค้าออกที่สำคัญของไทยที่ส่งไปยังกลุ่มโอเปค ได้แก่ ข้าวโพด ข้าว เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และเครื่องหนัง

            2. ทางด้านแรงงาน เป็นเรื่องที่สำคัญและน่าสนใจ เพราะไทยได้จัดส่งแรงงานเข้าไปทำงานในประเทศกลุ่มโอเปคเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นที่ทางรัฐบาลไทยต้องติดตามและให้ความคุ้มครองช่วยเหลือ ประเทศกลุ่มโอเปคที่คนงานไทยไปทำงานมากในปัจจุบัน คือ ลิเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และคูเวต ทางด้านประเทศอิรัก ซึ่งเคยมีคนงานไทยไปทำงานกันมาก แต่หลังสงครามอ่าวเปอร์เซียแล้วมีจำนวนคนงานไทยลดลง

            3. ด้านการเมือง เป็นความสัมพันธ์ทางด้านการทูตและการเยี่ยมเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธไมตรีของผู้นำประเทศ

            4. อื่นๆ กลุ่มโอเปคได้ให้ความช่วยเหลือในเรื่องเงินกู้ ส่วนไทยก็ได้ให้ความสะดวกแก่ประเทศเหล่านี้โดยการให้นักวิชาการมาศึกษาดูงานในไทย โดยเฉพาะทางด้านการเกษตร



ขอบคุณภาพจาก youtube.com

APEC

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก)
(Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC)
เป็นกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
เอเปคก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยมีจุดประสงค์ มุ่งเน้นความเจริญเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค และผลักดันให้การเจรจาการค้าหลายฝ่าย รอบอุรุกวัย ประสบผลสำเร็จ ขณะเดียวกัน เอเปคก็ต้องการถ่วงดุลอำนาจทางเศรษฐกิจของกลุ่มเศรษฐกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มสหภาพยุโรป อีกด้วย
ปัจจุบัน เอเปคมีสมาชิกทั้งสิ้น 21 เขตเศรษฐกิจ (19 ประเทศ 2 เขตเศรษฐกิจ) ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู รัสเซีย บูรไน จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม เกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน
ขอบคุณภาพจาก youtube.com